ไม่ว่าธนาคาร (ปล่อยเงินกู้) หรือ VC (ลง 'ทุน' ใน start-up) ก็มองการให้เงินเรามาทำธุรกิจเป็นการลงทุนทั้งนั้น ยิ่งเค้ามั่นใจว่าเราจะทำเงินให้เค้าได้เท่าไหร่เค้าก็ยิ่งตัดสินใจให้เงินเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ธนาคารจะมองที่ "ความมั่นคง" ของบริษัท เพราะสิ่งที่ธนาคารต้องการคือดอกเบี้ยและเงินต้นที่ตายตัว ถ้าเค้ารู้ว้าเราจะจ่ายคืนเค้าได้โดยไม่ขาดไม่ช้าเค้าก็สบายใจแล้ว
แต่สำหรับ VC สิ่งที่เค้ามองหาคือ "การเติบโต" ของบริษัท เค้าไม่มีผลตอบแทนตายตัวเหมือนธนาคาร ยิ่งเราทำให้บริษัทโตขึ้น มีมูลค่ามากขึ้น เข้าตลาดหลักทรัพย์ขายหุ้นได้ราคาสูงหรือขายบริษัทไปได้ในราคาสูงเท่าไหร่ เค้าก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น
Saturday, January 4, 2014
Friday, January 3, 2014
หนี้ vs ทุน
ตอนเริ่มทำธุรกิจและตอนขยายกิจการ มีอย่างนึงที่เราต้องตัดสินใจ คือ "จะใช้เงินใคร?"
ใช้เงินตัวเองดีไหม? ทุกอย่างเป็นของเรา 100% ไม่ปวดหัว
หรือจะยืมคนอื่นดี? ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง
หรือจะหาคนมาเป็นเจ้าของร่วมกับเรา? ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง แถมไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย
มาดูข้อดีข้อเสียกันทีละข้อดีกว่า
1. ยืมเงินคนอื่น (หนี้)
ข้อดี
ข้อดี
- ไม่มีตังก็ทำธุรกิจได้
- ตังน้อยก็ทำโปรเจกต์ใหญ่ได้
- มีกำไรไม่ต้องแบ่ง
- จ่ายหนี้หมดก็จบกัน
Thursday, January 2, 2014
ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
เวลาทำธุรกิจ หลักๆเราต้องเสียภาษีสองอย่างคือ "ภาษีเงินได้" กับ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)"
ภาษีเงินได้มีสองอย่าง
- ถ้าไม่ได้ค้าขายในชื่อบริษัท ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เอายอดขายทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายรวมกับเงินเดือนและรายได้อื่นๆที่เราได้จากช่องทางอื่นๆ หักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายตามที่กฏหมายกำหนด แล้วคำนวนภาษี
- ถ้าเป็นบริษัท ก็เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยใช้งบกำไรขาดทุน ปรับเพิ่มนั่นลดนี่ตามที่กฏหมายภาษีกำหนด แล้วคำนวนภาษี
- ถ้าไม่ได้ค้าขายในชื่อบริษัท ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เอายอดขายทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายรวมกับเงินเดือนและรายได้อื่นๆที่เราได้จากช่องทางอื่นๆ หักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายตามที่กฏหมายกำหนด แล้วคำนวนภาษี
- ถ้าเป็นบริษัท ก็เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยใช้งบกำไรขาดทุน ปรับเพิ่มนั่นลดนี่ตามที่กฏหมายภาษีกำหนด แล้วคำนวนภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ายอดขายไม่ถึงที่กฏหมายกำหนดก็ไม่ต้องจ่ายก็ได้ เป็นภาษีที่ยุ่งยากเรื่องเอกสาร
สรุปคร่าวๆก็คือ
สรุปคร่าวๆก็คือ
Subscribe to:
Comments (Atom)