Friday, January 3, 2014

หนี้ vs ทุน

ตอนเริ่มทำธุรกิจและตอนขยายกิจการ มีอย่างนึงที่เราต้องตัดสินใจ คือ "จะใช้เงินใคร?"

ใช้เงินตัวเองดีไหม? ทุกอย่างเป็นของเรา 100% ไม่ปวดหัว

หรือจะยืมคนอื่นดี? ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง

หรือจะหาคนมาเป็นเจ้าของร่วมกับเรา? ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง แถมไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย

มาดูข้อดีข้อเสียกันทีละข้อดีกว่า
1. ยืมเงินคนอื่น (หนี้)
ข้อดี
  • ไม่มีตังก็ทำธุรกิจได้
  • ตังน้อยก็ทำโปรเจกต์ใหญ่ได้
  • มีกำไรไม่ต้องแบ่ง
  • จ่ายหนี้หมดก็จบกัน
ข้อเสีย
  • ต้องจ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอ
  • เจ้าหนี้มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของบริษัทเยอะกว่าเจ้าของอีก ถ้าเราจ่ายดอกเบี้ยไม่ได้ เค้ามีสิทธิ์ฟ้องเอาทรัพย์สินบริษัทไปขายใช้หนี้ได้เลย
  • เวลาล้มละลาย (มีหนี้เยอะกว่าทรัพย์สิน) หรือเวลาปิดบริษัท เจ้าหนี้จะได้เงินทั้งหมดคืนเป็นคนแรก ถ้ามีเหลือถึงจะตกมาถึงเจ้าของ
สรุป: เหมือนถูกล่ามปลอกคอ แต่ถ้าเจอเจ้านาย (เจ้าหนี้) ดีก็ไม่ลำบากอะไร

2. ใช้เงินตัวเอง (ทุนตัวเอง)
ข้อดี
  • เราเป็นเจ้าของ 100%
  • ไม่ต้องแบ่งกำไรให้คนอื่น
  • ไม่ปวดหัวทะเลาะกับหุ้นส่วน หรือวิ่งหาเงินมาจ่ายหนี้
ข้อเสีย
  • ไม่มีตัง
  • ขนาดบริษัทถูกกำหนดด้วยตังในกระเป๋า ถึงไอเดียจะใหญ่ขนาดไหนก็เถอะ
สรุป: สบายใจแต่ทำใหญ่ไม่ได้

3. หาหุ้นส่วน/VC (ทุนคนอื่น)
ข้อดี
  • มีคนช่วยคิด ได้ VC เป็นพี่เลี้ยง (สำหรับ start-up ข้อนี้ช่วยได้เยอะ)
  • ไม่ต้องจ่ายหนี้
  • หาตังมาทำโปรเจกต์ใหญ่ๆได้ แม้จะเครดิตไม่ดี
  • หุ้นส่วนมีสิทธิเท่ากับเรา ไม้ได้เป็นนายเราแบบเจ้าหนี้
ข้อเสีย
  • หุ้นส่วนมีสิทธิเท่ากับเรา ไม่ใช่ลูกน้อง สั่งไม่ได้
  • หุ้นส่วนมีเป้าหมายไม่เหมือนกับเรา ต้องใส่ใจว่าทำยังไงทั้งสองฝ่ายถึงจะได้ตามที่อยากได้ทั้งคู
  • ทะเลาะกับหุ้นส่วน, โดน VC กดดัน
  • ไม่อิสระเหมือนคนโสด อยากทำอะไรต้องคุยกันก่อน
  • เสียสิทธิในการเป็นเจ้าของในบริษัท (หุ้น) ไปบางส่วน
  • ต้องแบ่งกำไร
สรุป: คนเยอะวุ่นวาย แต่มีอะไรสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียว

มีหลายทางเลือก แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกแค่ทางเดียวหรอกนะ เลือกผสมๆกันได้ตามใจ เอารสที่ชอบ ออกมาเป็นบริษัทที่ทำแล้วสบายใจ ไม่จำเป็นต้องตามคนอื่น ตัวเรา(+หุ้นส่วน)สำคัญที่สุด

No comments:

Post a Comment